แคลเซียมสำหรับผู้สูงอายุ กุญแจสำคัญของกระดูกแข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดี

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือ “กระดูกบาง” และ “กระดูกพรุน” ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหักได้ง่าย การได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพในวัยสูงอายุ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าแคลเซียมสำคัญอย่างไร ผู้สูงอายุควรได้รับเท่าไร ควรกินจากแหล่งไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง แคลเซียมคืออะไร และสำคัญกับร่างกายอย่างไร แคลเซียม (Calcium) เป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกาย ประมาณ 99% อยู่ในกระดูกและฟัน ส่วนที่เหลืออยู่ในเลือดและกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่สำคัญ เช่น หากร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้กระดูกค่อย ๆ บางลงโดยที่ไม่รู้ตัว ทำไมผู้สูงอายุจึงเสี่ยงต่อการขาดแคลเซียม เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ จะเกิดปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ระดับแคลเซียมลดลง ได้แก่ ผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมวันละเท่าไร ตามคำแนะนำด้านโภชนาการ หากได้รับต่ำกว่านี้เป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและกระดูกหัก แหล่งอาหารที่มีแคลเซียมสูง การได้รับแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตัวอย่างอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ 🥛 กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์จากนม 🐟 ปลาและอาหารทะเล 🥬ผักใบเขียว 🌰 ถั่วและธัญพืช การรับประทานอาหารให้หลากหลายจะช่วยให้ได้ทั้งแคลเซียมและสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมสุขภาพกระดูก วิตามินดี: ตัวช่วยสำคัญของแคลเซียม แม้จะรับประทานแคลเซียมเพียงพอ แต่หากขาดวิตามินดี ร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมได้ไม่ดี … Read more

โปรตีนสำหรับผู้สูงอายุ กุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดี แข็งแรง และไม่หกล้มง่าย

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้ออย่างช้า ๆ กระบวนการนี้เรียกว่า Sarcopenia (ภาวะกล้ามเนื้อลดลงตามวัย) ซึ่งส่งผลให้ผู้สูงอายุอ่อนแรง เดินไม่มั่นคง ลุกนั่งลำบาก และเสี่ยงต่อการหกล้มมากขึ้น หนึ่งในสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการชะลอภาวะนี้ก็คือ “โปรตีน” บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ทำไมโปรตีนจึงสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ โปรตีนเป็นส่วนประกอบหลักของกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง เอนไซม์ และระบบภูมิคุ้มกัน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกาย หากได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อ ดังนั้น โปรตีนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนออกกำลังกาย แต่เป็น สารอาหารพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุควรกินโปรตีนวันละเท่าไร? คำแนะนำทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่คือประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน แต่สำหรับผู้สูงอายุ งานวิจัยหลายชิ้นแนะนำให้เพิ่มเป็น ✅ 1.0 – 1.2 กรัม / กก. / วัน ✅ และอาจถึง 1.2 – 1.5 กรัม / กก. / วัน สำหรับผู้ที่อ่อนแรงหรือมีโรคเรื้อรัง … Read more

Body Image & Eating Behavior ภาพลักษณ์ของตนเอง กับพฤติกรรมการกิน

เคยไหม…ที่รู้สึกผิดหลังจากกินขนม? เคยหยุดกินเพราะกลัวอ้วนแม้จะหิว? ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะ “ภาพลักษณ์ของร่างกาย” อาจส่งผลลึกซึ้งต่อพฤติกรรมการกินมากกว่าที่คิด

รู้ก่อนเริ่ม! คีโต VS IF ต่างกันอย่างไร เลือกให้ตรงจุด ลดให้ได้ผลจริง

การลดน้ำหนักเป็นเป้าหมายยอดฮิตของหลายคน และหนึ่งในคำถามที่มักพบคือ “ควรเลือกวิธีไหนดี?” สองแนวทางยอดนิยมที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ คีโตเจนิค (Ketogenic diet) และ การจำกัดเวลาในการกิน (Intermittent Fasting หรือ IF) ทั้งสองวิธีมีหลักการที่ต่างกันอย่างชัดเจน และเหมาะกับคนละไลฟ์สไตล์ มาทำความเข้าใจข้อแตกต่าง ข้อดี-ข้อเสียของแต่ละแบบ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณมากที่สุด 1. หลักการของแต่ละวิธี ✅ คีโตเจนิค (Ketogenic Diet) ✅ Intermittent Fasting (IF) 2. การลดน้ำหนัก เรื่อง คีโต IF กระบวนการลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักโดยทำให้ร่างกายใช้ไขมันสะสมเป็นพลังงาน ลดแคลอรีจากการจำกัดช่วงเวลากิน การเผาผลาญ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันโดยตรง การอดอาหารทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดเผาผลาญไขมันเมื่อไม่มีอาหาร ความรวดเร็ว น้ำหนักอาจลดเร็วในช่วงแรกจากการสูญเสียน้ำและไกลโคเจน น้ำหนักลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยั่งยืน 3. ข้อดี-ข้อเสียของแต่ละวิธี ✅ ข้อดีของคีโต ❌ ข้อเสียของคีโต ✅ ข้อดีของ IF ❌ ข้อเสียของ IF … Read more

ไม่อยากตัดใจจากของทอด? ลองดูแลตัวเองแบบนี้สิ

หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ของทอด” และ “ของมัน” คือของโปรดที่ยากจะห้ามใจ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ หมูกรอบ หรือขนมถุงต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่ให้รสชาติกรอบ มัน เค็ม อร่อยถูกปาก ทว่าเมื่อทานบ่อยเกินไปก็เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ ทั้งระดับไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ความดันโลหิต เบาหวาน และโรคอ้วน ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณมารู้จักวิธีดูแลตัวเองอย่างชาญฉลาด สำหรับคนที่ยังอยากกินของทอดของมัน แต่ไม่อยากเสียสุขภาพ 🔍 ทำไมของทอดของมันถึงเป็นปัญหา? ของทอดของมันมักประกอบด้วยไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated fat) และไขมันทรานส์ (Trans fat) ซึ่งทำให้ระดับคอเลสเตอรอล LDL (ไขมันเลว) เพิ่มขึ้น และลดระดับ HDL (ไขมันดี) ลง เป็นตัวการหลักที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ต่างๆ ✅ วิธีดูแลตัวเองเมื่อหลีกเลี่ยงของทอดของมันไม่ได้ 1. เลือกกินให้ฉลาด 2. บาลานซ์ด้วยผักและไฟเบอร์ 3. ดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงน้ำหวาน 4. เพิ่มกิจกรรมทางกาย 5. ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ … Read more

เคล็ด(ไม่)ลับ คุมอาหารอย่างมือโปร

การควบคุมปริมาณและสัดส่วนของอาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพดี ในยุคที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก “การควบคุมปริมาณและสัดส่วนของอาหาร” จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่ลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสมดุลของร่างกาย ระบบเผาผลาญ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวอีกด้วย ทำไมการควบคุมปริมาณและสัดส่วนของอาหารถึงสำคัญ? หลักการควบคุมปริมาณอาหารที่ควรรู้ การจัดสัดส่วนอาหารอย่างสมดุล แนวทาง “อาหารจานสุขภาพ” หรือ “My Plate” เป็นแนวทางที่องค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุขแนะนำ: เคล็ดลับเล็ก ๆ เพื่อควบคุมอาหารได้ในชีวิตประจำวัน การควบคุมปริมาณและสัดส่วนของอาหารไม่ใช่เรื่องยากหรือทรมาน แต่คือการสร้างวินัยที่ยั่งยืนเพื่อสุขภาพที่ดี ทั้งในแง่ร่างกายและจิตใจ เมื่อเราเข้าใจร่างกายของตัวเอง และรู้วิธีจัดการกับอาหารอย่างเหมาะสม การกินก็จะไม่ใช่แค่เพื่อความอร่อย แต่เป็นหนทางสู่ชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน อ้างอิง

ธาตุเหล็ก พื้นฐานสำคัญของสุขภาพดีที่คุณอาจมองข้าม

ธาตุเหล็ก (Iron) เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง แม้จะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณไม่มากนักเมื่อเทียบกับพลังงานหรือสารอาหารหลักอื่น ๆ แต่หากขาดธาตุเหล็กก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ ประโยชน์ของธาตุเหล็ก และ แหล่งอาหารเสริมธาตุเหล็กที่ควรรู้ เพื่อให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ✅ ประโยชน์ของธาตุเหล็ก 1. สร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย หากร่างกายขาดธาตุเหล็กจะทำให้ผลิตเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง เกิดภาวะโลหิตจาง (Anemia) ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือใจสั่น 2. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ธาตุเหล็กมีบทบาทในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นแนวป้องกันแรกของร่างกายในการต่อต้านเชื้อโรค หากร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย หายป่วยช้า 3. ช่วยพัฒนาการทางสมอง ออกซิเจนมีความจำเป็นต่อสมอง โดยเฉพาะในเด็กเล็กและวัยเรียน ธาตุเหล็กจึงมีส่วนช่วยในการพัฒนาไอคิว การเรียนรู้ และความจำ อีกทั้งยังมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์อีกด้วย 4. ลดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ผู้ที่มีระดับธาตุเหล็กต่ำในร่างกาย มักจะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย แม้จะนอนพักผ่อนเพียงพอ การได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เหมาะสมจึงช่วยฟื้นฟูพลังงานและความกระปรี้กระเปร่าได้ 5. จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ต้องการธาตุเหล็กมากกว่าปกติ … Read more

กินผักผลไม้ครบ 5 สี สุขภาพดี สดใสทุกวัย

ในปัจจุบันเรามักใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ หลายคนอาจละเลยการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องการกินอาหาร ซึ่งอาจทานอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารแปรรูป หรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การกินผักผลไม้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ เพราะผักผลไม้เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคต่างๆ และช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกินผักผลไม้ให้ครบ 5 สี เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน แต่ละสีของผักผลไม้มีสารอาหารและประโยชน์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ การกินผักผลไม้ครบ 5 สี ควรทานให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของจานข้าวในแต่ละมื้อ แบ่งเป็นผัก 3 ส่วน ผลไม้ 2 ส่วน จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ส่งผลดีต่อสุขภาพดังนี้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรค NCDs บำรุงสายตา ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ผิวพรรณสดใส และรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อ้างอิง ThaiSook

ให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเพิ่มความฟิตอย่างยั่งยืน

ในบทความเรื่อง “อายุยืนด้วยการออกกำลังกาย” สาระวิทย์ฉบับที่ 128 ผมได้เล่าถึงแนวโน้มปัจจุบันของเป้าหมายทางการแพทย์ที่ไม่ควรเน้นแค่การรักษาโรคเพื่อให้คนมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น โดยที่ช่วงท้ายของชีวิตต้องกินยาจำนวนมาก ต้องไปโรงพยาบาลหรือรับการรักษาอยู่เป็นประจำไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันด้วยตนเองได้เหมือนที่เคย ซึ่งท้ายที่สุดก็จะกระทบต่อสุขภาพทางอารมณ์ (emotional health) และคุณภาพชีวิต แต่ให้มุ่งเป้าหมายการแพทย์ปัจจุบันไปที่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และยังทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง ตราบที่ยังใช้ชีวิตอยู่ (healthspan) การที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ต้องคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญกว่าการรักษานั่นคือ การป้องกันเพื่อไม่ให้เป็นโรค โดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่คร่าชีวิตคนมากถึงปีละ 41 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 74 ของการเสียชีวิตทั้งหมด องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ประเมินว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และประมาณ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็ง ป้องกันได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลัก 4 อย่าง คือ ลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มการออกกำลังกาย เลิกการใช้บุหรี่ และจำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ ซึ่งทั้งหมดนี้แก้ไขได้จากสิ่งที่เราเลือกบริโภคเข้าไป และการออกกำลังกาย … Read more

ปริมาณคอเลสเตอรอลและกรดไขมันในอาหาร

การบริโภคไขมันในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันสำหรับคนทั่วไป เพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ควรได้รับไขมันร้อยละ 20-30 ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน โดยมีข้อแนะนำในการบริโภคไขมันตามความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคล โดย โดยแยกเป็นชนิดของไขมันดังนี้ 1 . รับประทานกรดไขมันอิ่มตัว น้อยกว่าร้อยละ 7 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อวัน 2. รับประทานไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว ประมาณร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อวัน 3. รับประทานไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ประมาณร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อวัน 4. รับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ตารางคอเลสเตอรอลและกรดไขมันในอาหาร รายการ ปริมาณ คอเลสเตอรอล ไขมัน กรดไขมัน (มิลลิกรัม) กรัม มิลลิกรัม กรัม SFA* MUFA* PUFA* 18:1 18:2 EPA* DHA* ไก่,น่อง 100 100 10 2957 4552 2366 3747 2116 28 … Read more