ไม่ใช่แค่ความรู้สึก! สองช่วงอายุนี้ ร่างกายแก่ลงเร็วผิดปกติ

การแก่ชราของมนุษย์ไม่ได้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่เราเคยเข้าใจ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงวัยที่เฉพาะเจาะจง งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Aging ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับการแก่ชราของมนุษย์[1][2] การค้นพบที่เปลี่ยนทุกอย่าง ผลการศึกษาพบว่า โมเลกุลถึงร้อยละ 81 ของจำนวนทั้งหมดที่ศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงแบบไม่เป็นเส้นตรง โดยการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจะเกิดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 44 ปี และ 60 ปี[7][8] การเปลี่ยนแปลงที่อายุ 44 ปี ศาสตราจารย์ไมเคิล สไนเดอร์ นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและผู้นำการวิจัย กล่าวว่า “เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเวลา แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมาก”[3][5] ในช่วงวัยกลางคนประมาณ 44 ปี ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน: สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ทำให้นักวิจัยเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากการหมดประจำเดือนเพียงอย่างเดียว[5][10] การเปลี่ยนแปลงที่อายุ 60 ปี การเปลี่ยนแปลงครั้งที่สองที่อายุประมาณ 60 ปี มีลักษณะที่แตกต่างออกไป โดยเกี่ยวข้องกับ: นักวิจัยพบว่าหลังอายุ 60 ปี ความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และผู้คนมักประสบปัญหาการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (sarcopenia)[4][8] ผลกระทบต่อสุขภาพและการดูแลตนเอง ดร.เซียวเถา เซิน ผู้วิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง กล่าวว่า “เราไม่ได้แก่ชราไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป” … Read more

HIIT vs LISS: แบบไหนเหมาะกับการลดไขมันสำหรับมือใหม่และคนทำงาน?

การ “ลดไขมัน” ไม่ได้ขึ้นกับชนิดคาร์ดิโออย่างเดียว แต่ขึ้นกับ ความสม่ำเสมอ + ปริมาณการออกกำลังกายต่อสัปดาห์ + โภชนาการ เป็นหลัก (ต้องเกิดพลังงานติดลบ/ขาดดุลแคลอรี) และทั้ง HIIT กับ LISS สามารถช่วยได้เหมือนกัน เพียงแต่ “เหมาะกับคนละสถานการณ์” HIIT และ LISS คืออะไร? (นิยามแบบเข้าใจง่าย) HIIT (High-Intensity Interval Training) LISS (Low-Intensity Steady State) หมายเหตุ: ในงานวิจัยมักใช้คำว่า MICT (Moderate-Intensity Continuous Training) ซึ่งใกล้เคียงกับ LISS/คาร์ดิโอแบบต่อเนื่องระดับปานกลาง งานวิจัยบอกอะไรเรื่อง “ลดไขมัน” ระหว่าง HIIT กับ LISS? ภาพรวมหลักฐานชี้ว่า HIIT ให้ผลลดไขมัน/รอบเอวได้ “ใกล้เคียง” หรือ “อาจดีกว่าเล็กน้อย” เมื่อเทียบกับคาร์ดิโอต่อเนื่องระดับปานกลาง และมัก ประหยัดเวลา พร้อมเพิ่มสมรรถภาพหัวใจปอด … Read more

นอนน้อยทำให้อ้วนจริงไหม? ความสัมพันธ์ระหว่างการนอน ฮอร์โมนหิว และการลดน้ำหนัก

คำตอบคือ “มีแนวโน้มจริง” โดยเฉพาะถ้า “นอนน้อยเรื้อรัง” (เช่น < 6–7 ชม./คืนเป็นประจำ) เพราะการอดนอนทำให้ร่างกาย อยากกินมากขึ้น คุมอาหารยากขึ้น และสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องได้ง่ายขึ้น จากทั้งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนความหิว/อิ่ม ระบบเผาผลาญ และพฤติกรรมการกิน/การใช้พลังงานในชีวิตจริง 1) “นอนน้อย” แปลว่าเท่าไรถึงเสี่ยง? สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป แนวทางจากสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับสหรัฐฯ และ Sleep Research Society แนะนำว่า ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อสนับสนุนสุขภาพโดยรวม (6 ชม.หรือน้อยกว่านั้นมักไม่เหมาะ) จุดสำคัญ: ไม่ใช่แค่ “ชั่วโมงนอน” แต่รวมถึง คุณภาพการนอน และ เวลานอนที่สม่ำเสมอ ด้วย 2) ทำไมอดนอนแล้ว “หิวขึ้น” และ “อ้วนง่ายขึ้น” 2.1 ฮอร์โมนหิว-อิ่ม: Ghrelin vs Leptin งานวิจัยเชิงสังเกตที่เป็นที่อ้างอิงมากพบว่า คนที่นอนสั้นกว่ามีแนวโน้ม leptin ต่ำลง และ ghrelin … Read more

กินโปรตีนจากพืชอย่างไรให้ได้ประโยชน์

Plant-based protein กำลังเป็นเทรนด์สุขภาพมาแรงทั่วโลก เพราะเป็นโปรตีนที่ดีต่อทั้งร่างกายและสิ่งแวดล้อม แต่หลายคนยังสงสัยว่า “ต้องกินยังไงถึงจะได้ประโยชน์จริง?” บทความนี้จะพาไปรู้จักแหล่งโปรตีนจากพืช และเทคนิคเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ครบถ้วน 🌱 โปรตีนจากพืชคืออะไร? โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) คือโปรตีนที่ได้จากเมล็ดธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช ผักบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง / เต้าหู้ / เทมเป้ ถั่วเลนทิล / ถั่วลูกไก่ ควินัว งา / เมล็ดเจีย / อัลมอนด์ ข้าวกล้อง / ข้าวโอ๊ต ข้อดีของโปรตีนจากพืชคือมี ไฟเบอร์สูง ไขมันอิ่มตัวต่ำ และมีสารที่ช่วยลดอักเสบในร่างกาย เช่น polyphenols ซึ่งปลอดภัยต่อหัวใจและสุขภาพระยะยาว 🍽️ ทำไมโปรตีนจากพืชถึงดีต่อสุขภาพ? ✔ ดีต่อหัวใจ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวน้อย (อย่างโปรตีนจากพืช) ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันสูง และไขมันในเลือด ✔ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มนาน … Read more

เทคโนโลยี + สุขภาพ: สมาร์ตวอทช์ / Wearable วัดสุขภาพได้จริงหรือ?

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น “สมาร์ตวอทช์” และ “อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable)” กลายเป็นของที่หลายคนขาดไม่ได้ เพราะมันไม่ได้บอกเวลาอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังบันทึกก้าวเดิน อัตราการเต้นหัวใจ การนอน ไปจนถึงระดับความเครียด คำถามคือ… ข้อมูลเหล่านี้ “เชื่อถือได้จริงแค่ไหน?”แล้วเราควรใช้ wearable เป็นตัวช่วยสุขภาพแค่ไหนจึงจะเหมาะสม? Wearable วัดสุขภาพได้ “จริง” ในหลายด้าน งานวิจัยทั่วโลกพบว่าอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ มีความแม่นยำในระดับดี สำหรับ ⚠️ แต่ก็มี “ข้อจำกัด” ที่ต้องรู้ก่อนใช้ แม้จะเก่ง แต่ Wearable ก็ยัง ไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์ 100% 1. บางค่าความแม่นยำยังไม่ดีพอ เช่น การวัดเหล่านี้อาศัยอัลกอริทึมที่แปลผลทางอ้อม ความแม่นยำจึงแปรผันตามรุ่น องศาการใส่ สีผิว การเคลื่อนไหว ฯลฯ 2. ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคแทนแพทย์ Wearable ดีมากสำหรับดูเทรนด์ แต่ ไม่สามารถ ใช้ตัดสินว่าคุณ “เป็นโรค” หรือ “ไม่เป็นโรค” 💡 แล้วเราควรใช้ Wearable … Read more

NSTDA Every Step for Giving — ทุกก้าวร่วมใจ เพื่อพระพันปีหลวง

สวทช. ขอเชิญชวนบุคลากรทุกท่านร่วมกิจกรรมสะสมก้าวเดิน “NSTDA Every Step for Giving”เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมสบทบทุนเพื่อการกุศล 👣 ทุก 1,000,000 ก้าว = บริจาค 393 บาทเรามีเป้าหมายสะสมก้าวรวมสูงสุด ไม่เกิน 100,000 บาท 📅 ระยะเวลา: 25 พฤศจิกายน – 24 ธันวาคม 2025📲 เข้าร่วมง่าย ๆ ผ่าน แอปไทยสุข วิธีร่วมกิจกรรม • ร่วมกันสะสมก้าวเดินผ่านแอปไทยสุข• กดเข้าร่วมแข่งขันในกิจกรรม NSTDA Every Step for Giving -> 000093 -> เข้าร่วม• ทุกก้าวของท่านจะถูกนับรวมเพื่อแปลงเป็นยอดบริจาค• ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม Line: @thaisook ร่วมเดิน ร่วมให้ เพื่อสร้างพลังความดีไปด้วยกัน 💛

ออกกำลังกาย vs ชีวิตประจำวัน อยู่โต๊ะทำงานนาน ๆ ทำยังไงให้สุขภาพไม่พัง (เหมาะกับมนุษย์ออฟฟิศ)

Photo by Brooke Cagle on Unsplash ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง “การนั่งนานเกินไป” (prolonged sitting) กลายเป็นพฤติกรรมเสี่ยงเงียบที่ทำให้คนทำงานจำนวนมากเผชิญปัญหาสุขภาพ ทั้งปวดหลัง ไหล่-คอ ความเครียด อ้วนลงพุง ไปจนถึงความเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวาน โดยงานวิจัยจำนวนมากชี้ตรงกันว่า แม้คุณจะ “ออกกำลังกายวันละครั้ง” ก็ ไม่สามารถชดเชยผลเสียของการนั่งนานทั้งวันได้ทั้งหมด ดังนั้นกลยุทธ์สุขภาพของมนุษย์ออฟฟิศจึงต้องประกอบด้วย 2 ส่วนควบคู่กัน: ออกกำลังกาย + ปรับพฤติกรรมระหว่างวัน 📌 ทำไมนั่งนานถึงอันตราย? หลายคนคิดว่า “ออกกำลังกายเย็นวันละ 30 นาที ก็พอแล้ว” แต่ความเป็นจริงคือการนั่งนานกว่า 6–8 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้ 1) เมตาบอลิซึมช้าลง การนั่งนานทำให้อัตราการเผาผลาญลดลง อินซูลินทำงานแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2→ งานวิจัยพบว่า ผู้ที่นั่งมากกว่า 8 ชม./วัน มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่าคนที่นั่งน้อยลงถึง 59% แม้จะออกกำลังกายบ้างก็ตาม 2) … Read more

ไมโครไบโอม & ลำไส้: ทำไมสุขภาพลำไส้ถึงส่งผลต่อร่างกายทั้งระบบ

หลายคนอาจคิดว่า “ลำไส้” มีหน้าที่แค่ย่อยอาหาร แต่ความจริงแล้วลำไส้คือศูนย์กลางสำคัญของสุขภาพทั้งร่างกาย เพราะภายในลำไส้มี ไมโครไบโอม (Microbiome) ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์มหาศาลที่ส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน อารมณ์ การนอน น้ำหนัก และแม้กระทั่งสุขภาพผิว งานวิจัยหลายฉบับเรียก ลำไส้ว่าเป็น “สมองที่สอง” (Second Brain) เพราะมีระบบประสาทของตัวเองและสื่อสารกับสมองตลอดเวลา ไมโครไบโอมคืออะไร? ไมโครไบโอมคือ “ชุมชนของจุลินทรีย์ที่อยู่ร่วมกับเรา” เช่น แบคทีเรีย โปรโตซัว ยีสต์ และไวรัส ซึ่งอาศัยอยู่ทั้งผิวหนัง ช่องปาก และลำไส้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ไมโครไบโอมในลำไส้ (Gut Microbiota) เพราะมีจำนวนมากที่สุดและหลากหลายที่สุดมากกว่าเซลล์ของมนุษย์ถึง 10 เท่ 🧠 Gut-Brain Axis: ลำไส้กับสมองเชื่อมถึงกันได้อย่างไร? ลำไส้สื่อสารกับสมองผ่านเส้นประสาทวากัส (Vagus nerve) และสารถ่ายทอดสัญญาณต่าง ๆ ไมโครไบโอมช่วยผลิตสารสำคัญ เช่น ดังนั้นเมื่อไมโครไบโอมเสียสมดุล อาจทำให้เกิดอาการเช่น 🛡️ ลำไส้กับระบบภูมิคุ้มกัน กว่า 70% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันอยู่ที่ลำไส้ ไมโครไบโอมทำหน้าที่เหมือน … Read more

สุขภาพจิตในยุคดิจิทัล – ผลของ Social Media และ Screen Time ต่อความเครียดและการนอน

ในยุคที่หน้าจอเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน การใช้งานโซเชียลมีเดียและเวลาที่ใช้กับอุปกรณ์ดิจิทัล (Screen Time) กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญด้านสุขภาพจิตของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่นที่เติบโตมากับสมาร์ตโฟน การใช้งานเหล่านี้ส่งผลต่อทั้ง ระดับความเครียด คุณภาพการนอน และสมดุลทางอารมณ์ มากกว่าที่หลายคนคิด Social Media ความสัมพันธ์กับความเครียดและสุขภาพจิต งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การใช้โซเชียลมีเดียในปริมาณมาก โดยเฉพาะการเลื่อนฟีดแบบไม่หยุดพัก (doomscrolling) อาจทำให้เกิดผลกระทบดังนี้ 1)  เพิ่มระดับความเครียด (Stress) งานวิจัยสนับสนุนAmerican Psychological Association (APA, 2022) พบว่าการใช้ Social Media เกี่ยวข้องกับระดับความเครียดและความวิตกกังวลที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น 2) เพิ่มโอกาสเกิดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า การศึกษาจาก Royal Society for Public Health (RSPH, 2020) รายงานว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบ่อยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่ออาการวิตกกังวลและซึมเศร้า เนื่องจากปัจจัยการเปรียบเทียบทางสังคม และ fear of missing out (FOMO) Screen … Read more

การนอนหลับให้มีคุณภาพ: กุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี

การนอนหลับเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายและสมองได้ฟื้นฟูจากการทำงานตลอดทั้งวัน การนอนที่มีคุณภาพไม่เพียงแต่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นในตอนเช้า แต่ยังมีผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน สมาธิ อารมณ์ และแม้กระทั่งน้ำหนักตัวของเรา 🌙 ความสำคัญของการนอนหลับ ในช่วงที่เราหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ สมองจะจัดเก็บความทรงจำ และฮอร์โมนต่าง ๆ จะถูกปรับสมดุล การนอนหลับไม่เพียงพอหรือนอนไม่มีคุณภาพสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะซึมเศร้าได้ (Walker, 2017) งานวิจัยจาก National Sleep Foundation (2020) แนะนำให้ผู้ใหญ่ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว 🛌 เคล็ดลับการนอนหลับให้มีคุณภาพ 😴 สัญญาณว่าคุณอาจนอนไม่พอ หากมีอาการเหล่านี้บ่อย ควรปรับพฤติกรรมการนอน หรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) การนอนหลับให้มีคุณภาพคือรากฐานของสุขภาพที่ดีในทุกด้าน ทั้งกายและใจ การให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็นการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพชีวิตในระยะยาว อ้างอิง