9 ล้านก้าว Step Challenge ระยะที่ 2
📅ระยะเวลา: 22 พฤษภาคม – 20 สิงหาคม 2569 📍เกณฑ์เข้าร่วมการแข่งขัน บุคลากรกองบริหารการสาธารณสุขแข่งขันสะสมก้าวเดิน/ระยะทางวิ่ง/น้ำหนัก 📢กติกาการแข่งขัน การใช้งานแอปพลิเคชันไทยสุข
📅ระยะเวลา: 22 พฤษภาคม – 20 สิงหาคม 2569 📍เกณฑ์เข้าร่วมการแข่งขัน บุคลากรกองบริหารการสาธารณสุขแข่งขันสะสมก้าวเดิน/ระยะทางวิ่ง/น้ำหนัก 📢กติกาการแข่งขัน การใช้งานแอปพลิเคชันไทยสุข
หลายคนเริ่มออกกำลังกายด้วยความหวังว่าจะเห็นตัวเลขบนตาชั่งลดลง แต่ผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน น้ำหนักกลับแทบไม่เปลี่ยน บางคนถึงกับรู้สึกท้อและตั้งคำถามว่า “ออกกำลังกายทุกวัน ทำไมน้ำหนักไม่ลด?” ความจริงคือ การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าน้ำหนักจะลดเสมอไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การนอนหลับ ความเครียด มวลกล้ามเนื้อ รวมถึงการตอบสนองของร่างกายต่อการลดน้ำหนัก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวิธีแก้ไขที่อ้างอิงจากงานวิจัยล่าสุด 1. คุณอาจรับประทานพลังงานมากกว่าที่คิดหลายคนเชื่อว่าเมื่อออกกำลังกายแล้วสามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การออกกำลังกายอาจเผาผลาญพลังงานน้อยกว่าที่คาด ตัวอย่างเช่น การเดินเร็ว 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานเพียงประมาณ 150–250 กิโลแคลอรี แต่เครื่องดื่มหวานเพียง 1 แก้วหรือขนม 1 ชิ้น ก็อาจให้พลังงานมากกว่านั้น งานวิจัยพบว่า หลายคนมีแนวโน้มรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นหลังออกกำลังกาย จนทำให้พลังงานที่ได้รับชดเชยพลังงานที่เผาผลาญไป ส่งผลให้น้ำหนักไม่ลด แม้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ตาม วิธีแก้ 2. น้ำหนักไม่ลด เพราะกำลังสร้างกล้ามเนื้อ หากคุณเริ่มออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิงหรือออกกำลังกายที่มีแรงต้าน ร่างกายอาจสร้างมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แม้ไขมันจะลดลง แต่มวลกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันในปริมาตรเดียวกัน จึงทำให้น้ำหนักบนตาชั่งเปลี่ยนแปลงไม่มาก สิ่งที่ควรสังเกตคือ ดังนั้น อย่าวัดความสำเร็จจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว 3. ร่างกายเผาผลาญพลังงานน้อยลงเมื่อเริ่มลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายน้ำหนักลดลง ความต้องการพลังงานก็ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ … Read more
ผู้ช่วยดูแลสุขภาพอัจฉริยะ ที่พร้อมให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ทั้งเรื่องการกิน การออกกำลังกาย การนอน และการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ผ่าน LINE ใช้งานง่าย คุยได้เหมือนมีโค้ชส่วนตัวอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะอยากเริ่มลดน้ำหนัก ปรับพฤติกรรมสุขภาพ หรือดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ไทยสุขโค้ชช่วยติดตาม ให้กำลังใจ และแนะนำแบบเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและทำได้จริงทุกวัน 💚
หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำว่า “ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร” หรือ “ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว” จนกลายเป็นกฎที่หลายคนพยายามทำตามทุกวัน บางคนถึงกับตั้งนาฬิกาเตือนให้ดื่มน้ำ หรือฝืนดื่มทั้งที่ไม่ได้รู้สึกกระหายน้ำ เพราะเชื่อว่ายิ่งดื่มมากยิ่งดีต่อสุขภาพ แต่คำถามคือ… การดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร จำเป็นสำหรับทุกคนจริงหรือ? คำตอบคือ “ไม่เสมอไป” แม้ว่าน้ำจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ปริมาณน้ำที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่ได้เท่ากัน และไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ทำไมร่างกายเราจึงต้องการน้ำ? น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย คิดเป็นประมาณ 50–70% ของน้ำหนักตัว ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และองค์ประกอบของร่างกาย น้ำมีบทบาทสำคัญหลายด้าน เช่น เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าที่ได้รับ อาจเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ สมาธิลดลง และประสิทธิภาพในการทำงานหรือออกกำลังกายลดลง “วันละ 2 ลิตร” มาจากไหน? คำแนะนำเรื่องการดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร เป็นเพียง แนวทางโดยประมาณ ไม่ใช่ข้อกำหนดที่ทุกคนต้องทำตามที่สำคัญ ตัวเลขนี้มักหมายถึง ปริมาณน้ำทั้งหมดที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ซึ่งรวมทั้ง หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องดื่มน้ำเปล่าให้ครบ 2 … Read more
หลายปีก่อน หากพูดถึง Wearable Device หรืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงสมาร์ตวอทช์ที่ใช้ดูเวลา รับการแจ้งเตือน หรือวัดจำนวนก้าวในแต่ละวัน แต่ในปี 2026 บทบาทของอุปกรณ์เหล่านี้เปลี่ยนไปอย่างมาก จากเครื่องนับก้าวธรรมดา กลายเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพที่สามารถติดตามข้อมูลร่างกายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจสุขภาพของตัวเองได้ลึกขึ้น และปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น Wearable Device ไม่ได้วัดแค่ “ก้าวเดิน” จำนวนก้าวยังคงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ เพราะสะท้อนระดับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน แต่ปัจจุบัน Wearable Device สามารถเก็บข้อมูลสุขภาพได้หลากหลายด้านมากขึ้น ทำให้เห็นภาพรวมของสุขภาพได้ครบถ้วนกว่าเดิม 1. อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจสามารถติดตามได้ทั้งในช่วงพัก ระหว่างออกกำลังกาย และหลังออกกำลังกาย ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานประเมินความหนักของการออกกำลังกาย รวมถึงสังเกตความผิดปกติของร่างกายเบื้องต้นได้ 2. ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Variability: HRV)HRV เป็นตัวชี้วัดที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะสะท้อนสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ยิ่ง HRV อยู่ในระดับที่เหมาะสม มักบ่งบอกว่าร่างกายฟื้นตัวได้ดีและสามารถรับมือกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูล HRV จึงถูกนำมาใช้ประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนการออกกำลังกาย และช่วยวางแผนการพักฟื้นได้เหมาะสมยิ่งขึ้น 3. คุณภาพการนอนหลับWearable … Read more
หลายคนให้ความสำคัญกับ “โปรตีน” มากขึ้น เพราะเชื่อว่าช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก และทำให้อิ่มนาน แต่รู้หรือไม่ว่า ความต้องการโปรตีนของแต่ละคนไม่ได้เท่ากัน และยังเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย ระดับกิจกรรม และภาวะสุขภาพ เด็กต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโต วัยทำงานต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมร่างกายและรักษาสมดุลของมวลกล้ามเนื้อ ขณะที่ผู้สูงอายุมีความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น เพื่อชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและลดความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า “โปรตีนกินอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละวัย” พร้อมคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 🚩โปรตีนสำคัญต่อร่างกายอย่างไร? โปรตีนเป็นหนึ่งในสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย ประกอบด้วยกรดอะมิโน (Amino Acids) ซึ่งทำหน้าที่สำคัญหลายด้าน ได้แก่ หากได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อลดลง ฟื้นตัวช้าหลังออกกำลังกาย และในผู้สูงอายุอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้ โปรตีนแต่ละวัย ควรกินเท่าไร? วัยเด็ก (1–12 ปี): โปรตีนเพื่อการเจริญเติบโต วัยเด็กเป็นช่วงที่ร่างกายเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ สมอง และระบบภูมิคุ้มกัน แหล่งโปรตีนที่เหมาะสม ได้แก่ ไข่ นม ไก่ เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ ปลา ผู้ปกครองควรเน้นการรับประทานอาหารให้หลากหลาย มากกว่าการพึ่งอาหารเสริมโปรตีน เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร วัยรุ่น … Read more
🔥 ท้าพิสูจน์พลังการเดินของคุณ!ร่วมแข่งขัน “ก้าวเดิน 7,000 ก้าวต่อวัน 7 สัปดาห์” สะสมให้ได้ 40 วันขึ้นไป 🎁 ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ ได้แก่ เดินทุกวัน ได้ทั้งสุขภาพดี และลุ้นของรางวัลไปพร้อมกัน!🚶♀️ ใครจะเป็นสายเดินตัวจริง ห้ามพลาด! 🚨วิธีเข้าร่วมแข่งขัน 1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไทยสุข จาก App Store หรือ Google Play 2. กดเข้าร่วมแข่งขัน : Challenge > ทั่วไป > แข่งขัน “ก้าว 7,000 ก้าวต่อวัน 7 สัปดาห์” 3. สะสมก้าวเดินให้ครบ 7,000 ก้าว 🏅🎉อัปเดตการแข่งขัน กำหนดการประจำสัปดาห์ ประกาศผลรางวัล และสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ThaiSook ไทยสุข
🔥 ท้าพิสูจน์พลังการเดินของคุณ!ร่วมแข่งขัน “ก้าวเดิน 7,000 ก้าวต่อวัน 7 สัปดาห์” สะสมให้ได้ 40 วันขึ้นไป 🎁 ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ ได้แก่ เดินทุกวัน ได้ทั้งสุขภาพดี และลุ้นของรางวัลไปพร้อมกัน!🚶♀️ ใครจะเป็นสายเดินตัวจริง ห้ามพลาด! วิธีเข้าร่วมแข่งขัน 1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไทยสุข จาก App Store หรือ Google Play 2. กดเข้าร่วมแข่งขัน : Challenge > ทั่วไป > 7,000 steps 7 weeks challenge SS6 3. สะสมก้าวเดินให้ครบ 7,000 ก้าว